The Legend of 1900
posted on 24 Jan 2012 18:04 by camelreviewพอรู้ตัวอีกทีก็พบว่า เรากำลังจะอัพเรื่องเกี่ยวกับเปียโนอีกแล้วนี่นา หลังจากที่เพิ่งพูดถึง The Perfect World of Kai ไปไม่กี่เอนทรี่ก่อนหน้านี้
เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ดูนานพอสมควรแล้ว แล้วก็ชอบเลยอยากจะพูดถึงซักหน่อย
แต่ด้วยภารกิจมากมายเลยเพิ่งจะมีเวลามาอัพ (<<ข้ออ้าง)
เรื่องที่จะพูดถึง มีชื่อว่า "The Legend of 1900" ค่ะ
ได้ดูเรื่องนี้จากการที่เดินไปยืมดีวีดีห้องโสต กะจะไปยืม The King's Speech แต่โดนจองยาว เรื่องอื่นๆที่อยากดูก็นึกไม่ออกเลยรื้อๆดู
แล้วก็เจอเรื่องนี้เข้า เราเองก็ชอบดูหนังเกี่ยวกับดนตรีอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเอากลับบ้านมาลองดู
เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้ ได้ถูกถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่าของ แม็กซ์ นักเป่าทรัมเป็ตผู้กำลังตกอับ เขาได้เข้าไปยังร้านเครื่องดนตรีเพื่อนำทรัมเป็ต เครื่องมือเลี้ยงชีพไปขายแลกเงิน
แต่ด้วยความบังเอิญอย่างยิ่งที่ทำให้เขาได้พบกับแผ่นเสียงที่เขาไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ฟังอีกแล้วในชีวิต
มันเป็นแผ่นเสียงที่มีแผ่นเดียวในโลก ซึ่งบันทึกบทเพลงไร้ชื่อที่เพื่อนของเขาเป็นผู้ประพันธ์
บทเพลงจากปลายนิ้วของชายผู้มีชื่ออันแปลกประหลาดว่า "1900"
ชะตาชีวิตของ ไนน์ทีนฮันเดรด เองก็แปลกประหลาดไม่แพ้ชื่อของเขาเช่นกัน
"แดนนี่ ที.ดี. เลม่อน ไนน์ทีนฮันเดรด" เป็นเด็กชายที่ถูกทิ้งไว้บนเปียโนของห้องบอลรูม ในเรือเดินสมุทรเวอร์จิเนียนเมื่อครั้งยังเป็นทารก พ่อแม่ของเด็กชายคงหวังจะให้มีเศรษฐีสักคนเก็บเขามาเลี้ยง แต่คนที่ไปพบและนำเด็กชายมาเลี้ยงกลับเป็นช่างเครื่องของเรือชื่อแดนนี่ ด้วยเหตุนี้เด็กชายไนน์ทีนฮันเดรด จึงเติบโตขึ้นมาบนเรือ โดยไม่เคยย่างเท้าลงไปบนฝั่งแม้แต่ก้าวเดียว

เขาไร้สัญชาติ ไร้ศาสนา แต่ชีวิตของเขาก็มีความสุขดี เรือเดินสมุทรและท้องทะเลเป็นเสมือนบ้านและเป็นโลกทั้งใบของเขา
และในโลกใบนั้นยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ก็คือ"เปียโน"

กลางดึกคืนหนึ่ง กัปตันเรือถูกปลุกให้ไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องจัดเลี้ยง แล้วเขาก็พบว่า ท่ามกลางความมืดของห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ ผู้โดยสารจำนวนมากกำลังยืนมุงดูการเล่นเปียโนอย่างเงียบงัน โดยมีเด็กน้อยไนน์ทีนฮันเดรดเป็นผู้บรรเลง
ไม่มีใครรู้ว่าเด็กชายรู้วิธีเล่นเปียโนได้อย่างไร ทว่าตั้งแต่น้นมา ไนน์ทีนฮันเดรดก็กลายเป็นนักเปียโนประจำเรือเดินสมุุทร เดอะ เวอร์จิเนีย
โดยส่วนตัวเราค่อนข้างชอบบุคลิกพระเอก แม้ว่าจะเติบโตมาท่ามกลางเหล่ากะลาสีที่ห่าม โวยวายและพูดคำหยาบไฟแลบ แต่บุคลิกท่าทางของไนน์ทีนฮันเดรดกลับตรงกันข้าม เขามักจะนิ่งขรึมและสุภาพ ยกเว้นในบางคราวที่เขาจะหลุดคำสบถอย่าง "Fuck Jazz" ออกมาหน้าตาเฉย
ท่าทางนิ่งๆก็ทำให้ดูเหมือนเป็นคนไม่แยแสอะไร ที่เดาใจยาก แต่ความจริงแล้วก็แค่เป็นคนซื่อ ไร้เดียงสา และไม่ค่อยรู้เรื่องราวทางสังคมเท่านั้นเอง

เสียงดนตรีของเขาได้รับการกล่าวขานถึงเป็นอย่างมาก จนถึงกับมีผู้คนมาขึ้นเรือเวอร์จิเนียนเพียงเพื่อฟังเสียงเพลงของเขา และนักดนตรีแจ๊สชื่อดังที่เดินทางมาขอประลองฝีมือด้วยถึงที่ เพระาได้ยินกิตติศัพท์ของนักเปียโนแห่งท้องทะเลผู้นี้
ถึงจะเป็นหนังชีวิต แต่ไม่ได้ดราม่าหนักหน่วง แม้บางจังหวะจะเนิบช้าแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อ
ภาพในหนังสวย และฉากที่ชอบหลายๆฉากก็สุดยอดมาก อย่างเช่นฉากที่แม็กซ์ผู้เล่าเรื่องเจอกับไนน์ทีนฮันเดรดเป็นครั้งแรกในห้องบอลรูม คืนที่เรือเผชิญกับพายุอย่างหนักหน่วง เป็นฉากที่สนุกมากกกจนรู้สึกอิจฉาทีเดียว ฮ่า
อีกฉากนึงที่ชอบเป็นพิเศษคือตอน"ตกหลุมรัก" แม้จะเป็นจังหวะสั้นๆ ไม่มีอะไรหวือหวา แต่เรากลับรู้สึกว่าผู้กำกับถ่ายทอดอารมณ์ออกมาเป็นช่วงเวลาที่สวยงามได้สวยงามมากจริงๆ
ภาพสวย เนื้อเรื่องดี เพลงเพราะ แค่นี้ก็คุ้มค่ามากแล้วที่จะลองดูเรื่องนี้กันนะคะ (/โหมดหน้าม้าค่ะ ฮ่า)
อ้อ แล้วก็...ตอนดูรู้สึกคุ้นกับชื่อผู้กำกับตั้งแต่ตอนที่ขึ้นเครดิตเปิดเรื่อง พอดูจบแล้วถึงนึกได้ว่า เป็น Giuseppe Tornatore คนนี้นี่เองที่กำกับเรื่อง Cinema Paradiso หนังในดวงใจอีกเรืองหนึ่ง ที่เคยได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศมาแล้ว
ส่วนเพลงประกอบเรื่องนี้ เป็นผลงานของ Ennio Morricone ซึ่งก็ได้ทำเพลงประกอบให้กับ Cinema Paradiso เช่นเดียวกัน และได้เข้าชิงรางวัลในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์มาแล้วหลายเทศกาล
สำหรับบทของหนังถูกดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อ "Novecento" ซึ่งก็เป็นคำว่า "1900" ในภาษาอิตาเลียนนี่เอง ยังไม่ได้ลองหานิยายเรื่องนี้มาอ่านดู แต่เห็นในร้านหนังสือเป็นเล่มเล็กๆบางๆ โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ
้คาดว่าจะได้อ่านในเร็วๆนี้ถ้างานไม่มากไปกว่านี้แล้ว
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่า
ว่างๆไม่รู้จะดูเรื่องอะไร ลองเก็บเรื่องนี้เป็นตัวเลือกได้ค่ะ
edit @ 24 Jan 2012 18:04:00 by แำำพนด้ากินไผ่~*